Home ภูมิปัญญาท้องถิ่น เขตพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้า

ประวัติความเป็นมา

“ผ้าขาวม้า” เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ถึงวิธีการใช้ประโยชน์ของผ้าขาวม้า ซึ่งมีประโยชน์มากมาย หลากหลายขึ้นอยู่กับผู้ที่จะใช้แต่ยังมีหลายคนที่ยังไม่ทราบความเป็นมาของผ้าขาวม้า และกระบวนการ ขั้นตอนการทำให้เป็นผืนผ้า

ผ้าขาวม้าดังกล่าวชุมชนบ้านโคกใน ได้ผลิตหรือทอผ้าขาวม้ามาตั้งแต่บรรพบุรุษเมื่อครั้งยังอยู่ในประเทศลาวจากการสอบถามผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ถึงหมายและที่ไป ที่มาของคำว่า “ผ้าขาวม้า” ไม่มีใครทราบถึงความหมายบอกเพียงว่าแต่ก่อนเรียกว่า “ผ้าขำม้า” ผู้คนในหมู่บ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ ตลอดจน ครู-อาจารย์ ให้ความเห็นว่าคำว่า “ผ้าขำม้า”มาเป็น “ผ้าขาวม้า” คำพูดของคนรุ่นต่อๆมาอาจจะเพี้ยนไปจาก “ขำ” เป็น “ขาว” ก็เป็นได้ เพราะเป็นคำที่ใกล้เคียงกัน

การทอผ้าขาวม้า ของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านโคกในหมู่ที่ 7 ตำบลบ้านโคกยังคงอนุรักษ์การทอ และยังใช้วัสดุในการผลิตแบบดั่งเดิมอยู่ จึงเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษและได้พัฒนารูปแบบมาอย่างต่อเนื่องโดยใช้แนวความคิดของแต่ละคนจะทอตามที่ตนเห็นว่าสวยงามทางชาวบ้านจึงได้มีแนวคิดที่จะอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาดังกล่าวไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้สึกษาหาความรู้จึงได้รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง (ผ้าขาวม้า) เมื่อ ปี 2545และได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องโดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐทั้งด้านวิชาการ และงบประมาณ เช่น สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบ้านโคกศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบ้านโคก เป็นต้น

กลุ่มผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต

กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองครบวงจร

ประธานกลุ่ม

นางสุรางค์ ขันทะเสน

สถานที่ผลิต

บ้านโคกใน หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

ที่ทำการกลุ่ม

บ้านเลขที่ 218 บ้านโคกใน หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก

จังหวัดอุตรดิตถ์ รหัสไปรษณีย์ 53180

โทรศัพท์

0-5548-60404, 089-8573505

 

เส้นทางคมนาคม:

ทางรถยนต์

จังหวัดอุตรดิตถ์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 491กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 11 ที่อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ผ่านจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และเข้าสู่ตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ ออกจากสถานีขนส่งจังหวัดอุตรดิตถ์สู่ถนนสายเอเชีย(พิษณุโลก-แพร่) ถึงสี่แยกวังสีสูบอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เลี้ยวขวาไปทางอำเภอท่าปลา ผ่านอำเภอน้ำปาดอำเภอฟากท่า เข้าสู่อำเภอบ้านโคก (ระยะทางประมาณ 175 กิโลเมตร)

ทางรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีรถไฟให้บริการจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ ทุกวัน จากนั้นต้องต่อรถประจำทางจากสถานีขนส่งจังหวัดอุตรดิตถ์สู่ถนนสายเอเชีย(พิษณุโลก-แพร่) ถึงสี่แยกวังสีสูบอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เลี้ยวขวาไปทางอำเภอท่าปลา ผ่านอำเภอน้ำปาดอำเภอฟากท่า เข้าสู่อำเภอบ้านโคก (ระยะทางประมาณ 175 กิโลเมตร)

 

อัตลักษณ์/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์:

เป็นผลิตที่ทำจากไหมประดิษฐ์ผ่านกรรมวิธีการย้อมโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ น่าใช้ มีลวดลายสวยงาม มีความคงทน เนื้อผ้านิ่ม สีไม่ตก ไม่หดตัว ราคาถูกเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์:

- ที่ทำการกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง(ผ้าขาวม้า)บ้านโคกใน หมู่ที่7 ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก

จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร.0-5548-6040 09- 8573505

-ร้านจำหน่ายสินค้าOTOP จังหวัดอุตรดิตถ์

 

ความสัมพันธ์กับชุมชน:

ฝีมือแรงงาน คือคนในชุมชนอย่างแท้จริงถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงทำให้คนในชุมชนมีความผูกพันกันเหมือนญาติพี่น้อง

 

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ:

 

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชุมชน (มผช.)

เลขที่ มผช.๑๙๗/๒๕๔๖ ปี พ.ศ. 2547

ได้ระดับ 4 ดาว จากการคัดสรรสุดยอด

หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย OTOP

Product Champion ปี พ.ศ. 2546

หนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยเรื่องการทอผ้าขาวม้ากรมทรัพย์สินทางปัญญา

เลขที่ ภป3324 ปี พ.ศ. 2547

วัตถุดิบและส่วนประกอบ:

วัตถุดิบที่ใช้ในการทำผ้าขาวม้าปัจจุบันใช้ด้ายหรือไหมประดิษฐ์ เนื่องจากหาซื้อง่าย สะดวกส่วนประกอบหลักในการทอผ้า ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างสำหรับยึดส่วนต่าง ๆ ที่เป็นอุปกรณ์ในการทอผ้า เฉพาะส่วนที่เป็นอุปกรณ์สำคัญในการทอผ้าทุกชนิดมีดังนี้

กี่ทอผ้าพื้นเมือง

 


1. ไม้เหยียบหูก

6. ไม้ค้ำฟัน

2. ไม้แป้นหูก

7. ไม้หาบหูก

3. ขอบฟืม

8. เชือกฟืม

4. เขา หรือ ตะกรอ

9. เชือกเขา

5. ไม้ไขว้

10. เส้นด้ายยืน

ขั้นตอนการผลิต:

1.การสรรหาวัสดุที่มีคุณภาพ คือ อุปกรณ์การทอผ้าที่มีประสิทธิภาพ คงทน แข็งแรง เช่น กี่

ฟืม กระสวย เครื่องกรอด้าย เป็นต้น

2. เส้นด้ายหรือเส้นใย ที่มีคุณภาพและมีอยู่ในท้องถิ่น เช่น เส้นใยจากฝ้าย นุ่น ไหม ธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันกลุ่มทอผ้าบ้านโคกในไม่สามารถหาเส้นใยจากธรรมชาติได้มากนักเนื่องจากมีปัญหาในการปลูก การดูแลรักษา ทางกลุ่มจึงหันมาใช้ไหมประดิษฐ์ที่หาง่ายจากท้องตลาดมาประยุกต์และปรับปรุงสีสันให้สวย

งามตามความต้องการของตลาด

3.การกำหนดลวดลายและสีสันที่ต้องการ

4.เมื่อได้เส้นด้ายตามลวดลายและสีสันที่ต้องการ นำมาเข้ากระบวนการทอ ได้แก่

4.1การกรอด้ายให้เป็นเส้นเดียว เพื่อเส้นด้ายที่จำเป็นต้องเลือกสีและลายต่าง ๆ ที่สะดวกในการทอ

4.2การทอให้เป็นผืนผ้า ต้องขึ้นรูปในกี่ที่จะทอทางกลุ่มจะใช้กี่พื้นเมืองขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้ลายผ้าที่ต้องการ ผู้ทอต้องมีความชำนาญและความเข้าใจเป็นพิเศษ รวมถึง

ความรู้ความสามารถเฉพาะตัวด้วย

การทอผ้า มี2 อย่าง คือ

1.การทอผ้าพื้น(ผ้าสีเดียวกันทั้งผืน)การทอไม่สลับซับซ้อน ทอง่าย และทอได้เร็ว

2.การทอผ้าที่มีลวดลายตามที่กำหนดไว้ จำเป็นต้องใช้ความพยายาม ความละเอียด

หมั่นตรวจสอบบ่อย ๆ ขณะทอ เพื่อไม่ให้ลายผ้าเพี้ยนไปจากที่กำหนดไว้ จึงทำให้การทอผ้าล่าช้ากินเวลานาน

กว่าจะได้เนื้อผ้าและลายผ้าที่ละเอียด สวยงาม

5.ตรวจสอบคุณภาพผ้า นอกจากจะตรวจสอบผ้าในขณะที่กำลังทอแล้ว เมื่อเสร็จสิ้นการทอต้องตรวจสอบผ้าที่ทออีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าผ้าที่ทอเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ สามารถวางจำหน่ายได้ต่อไป เช่น

ตรวจวัดขนาดความกว้าง ยาวของผืนผ้าต้องได้มาตรฐานของตลาด ขอบผ้าต้องเรียบไม่เป็นปุย หรือไม่มีเศษ

ผ้าอื่นปะปนดูไม่สวยงาม เป็นต้น

6.การจำหน่าย ขณะนี้กลุ่มได้พัฒนาการบรรจุภัณฑ์ที่มีสัญญาลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ

กลุ่มฯและสะดวกในการเก็บ การถือและพกพา

 

บรรจุภัณฑ์:


 
ภาพกิจกรรม
178.jpg
เข้าสู่ระบบ



สถิติการเข้าใช้งาน
สมาชิก : 40
Content : 25
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 47240
Copyright® คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
ลิขสิทธิ์ © 2013 ศูนย์ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนาตะวันออกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย